จะว่าไป การมีปะการังเทียมแห่งใหม่ ๆ ใหญ่ ๆ เพิ่มขึ้นในย่านเกาะเต่านี้ น่าจะเป็นผลดีในหลายด้าน ที่แน่ ๆ คือ ความแออัดเยี่ยงตลาดนัดคงบรรเทาลงบ้าง ยิ่งในช่วงไฮซีซัน นักดำน้ำลงพร้อม ๆ กันจุดเดียวนับร้อยจนสับสนงุนงงหลงกลุ่มเป็นประจำ
อีกอย่างคือ พื้นที่ค่อนข้างเหมาะกับการเรียนดำน้ำ Scuba เพราะเป็นพื้นทรายโล่ง ฝั่งใกล้แนวหินจะตื้นกว่า มีความลึกพอดี และมีมุมหลบกระแสน้ำ เหมาะกับมือใหม่
พื้นที่ตรงกลางใช้สะสมชั่วโมงบินได้โดยไม่ต้องกังวลว่าจะไปกระทบแนวปะการังธรรมชาติ และด้านนอกที่ลึกและกระแสน้ำแรงกว่า ก็รองรับนักดำน้ำที่อยากเพิ่มทักษะขั้นสูงขึ้น
ขึ้นสู่ผิวน้ำ เจอชาวต่างชาติบนเรือลำเดียวกันกำลังพูดคุยกันอย่างคึกคัก ดูเหมือนจะถูกใจรูปปั้นและบรรดาสัตว์ทะเลไม่น้อย
ถือว่าเกินความคาดหมายไปมาก สำหรับจุดดำน้ำแห่งใหม่ รูปปั้นใหญ่จริงจัง บริเวณกว้างสุดตา ตำแหน่งเหมาะ เพราะไม่ไกลจากจุดดำน้ำยอดนิยมเดิม เรือนำเที่ยวก็ไม่ต้องลำบากเปลี่ยนเส้นทาง การเข้าใช้พื้นที่ก็จะเกิดขึ้นได้จริง แบ่งเบาให้ปะการังธรรมชาติได้มีโอกาสพักฟื้นมากขึ้น
ถึงที่พัก รีบแขวนชุดเปียกตากไว้ พรุ่งนี้เช้าจะได้เก็บสัมภาระแบบไม่ต้องกังวล แล้วปิดทริปสั้น ๆ แต่ลุยกันแบบเนื้อ ๆ ด้วยวิวอาทิตย์อัสดงหน้าหาดทรายรีที่มองกี่ครั้งก็ไม่เคยเบื่อ
และสำหรับใครที่อยากจะมาตามรอยจุดดำน้ำใหม่ ชมงานศิลปะใต้ทะเลแบบนี้ ก็อย่าลืมปักหมุดอีกหนึ่งไฮไลต์ของเกาะเต่าอย่าง “เรือหลวงสัตกูด” เรือรบสมัยสงครามโลกครั้งที่ 2 ที่ถูกนำมาจัดวางใต้ทะเลเป็นแหล่งดำน้ำและปะการังเทียมเมื่อสิบกว่าปีก่อน ด้วยแนวคิดสร้างแหล่งอาศัยให้สัตว์ทะเล และให้เป็นอีกทางเลือกในการดำน้ำเลี่ยงการรบกวนปะการังธรรมชาติ ซึ่งถือว่าซักเซสสุด ๆ เพราะนอกจากจะกลายเป็นบ้านของฝูงปลานานาชนิดที่อุดมสมบูรณ์แล้ว การได้ดำน้ำสำรวจเรือหลวงใต้ทะเล ก็ยังให้อารมณ์ผจญภัยเบา ๆ ชวนตื่นเต้น จนเป็นอีกหนึ่งจุดดำน้ำยอดฮิตที่ไม่ควรพลาดหากมาเยือนเกาะเต่า