"สุพัฒนพงษ์" ลงนามสัมปทานปิโตรเลียมเพิ่มเติมแหล่งก๊าซธรรมชาติน้ำพอง

09 มีนาคม 2564 18.23 น.
อ่าน 2,128 ครั้ง
 
รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน ลงนามสัมปทานปิโตรเลียมเพิ่มเติมแหล่งก๊าซธรรมชาติน้ำพอง
 
 
 
 
วันนี้ (9 มีนาคม 2564) นายสุพัฒน์พงษ์ พันธ์มีเชาว์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน นายกุลิศ สมบัติศิริ ปลัดกระทรวงพลังงาน พร้อมด้วยนายสราวุธ แก้วตาทิพย์ อธิบดีกรมเชื้อเพลิงธรรมชาติ ได้ร่วมพิธีลงนามสัมปทานเพิ่มเติมของสัมปทานปิโตรเลียมเลขที่ 2/2522/17 แปลงสำรวจบนบกหมายเลข E5 (นอกพื้นที่โคราช) หรือแหล่งก๊าซธรรมชาติน้ำพอง จังหวัดขอนแก่น ณ ห้องบัญชาการยุทธศาสตร์ ชั้น 25 กระทรวงพลังงาน โดยสัมปทานดังกล่าวมีบริษัท เอ็กซอนโมบิล เอ็กซ์โพลเรชั่น แอนด์ โพรดักชั่น โคราช อิงค์ เป็นผู้รับสัมปทาน ซึ่งถือเป็นแปลงสัมปทานปิโตรเลียมบนบกลำดับแรก ๆ ของประเทศไทยที่ผลิตและจำหน่ายก๊าซธรรมชาติมากว่า 30 ปี
 
 
 
 
การลงนามสัมปทานปิโตรเลียมเพิ่มเติมในครั้งนี้ เป็นไปตามมติคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 2 มีนาคม 2564 โดยเป็นการต่อระยะเวลาการผลิตปิโตรเลียมออกไปอีก 10 ปี นับตั้งแต่วันที่ 16 มีนาคม 2564 ถึงวันที่ 15 มีนาคม 2574 ซึ่งเป็นไปตามข้อกำหนดของกฎหมายว่าด้วยปิโตรเลียม ทั้งนี้ กระทรวงพลังงาน โดยกรมเชื้อเพลิงธรรมชาติได้ศึกษาและพิจารณาคำขอต่อระยะเวลาผลิตปิโตรเลียมในแหล่งก๊าซธรรมชาติดังกล่าว โดยคำนึงถึงผลประโยชน์ของประเทศเป็นสำคัญ เช่น การปฏิบัติตามสัมปทานของผู้รับสัมปทาน การยื่นคำขอต่อระยะเวลาผลิตปิโตรเลียมก่อนสิ้นระยะเวลาผลิต ข้อเสนอแผนการดำเนินงาน และผลประโยชน์ที่เสนอให้กับรัฐ และผ่านการพิจารณากลั่นกรองของคณะกรรมการปิโตรเลียมก่อนนำเสนอคณะรัฐมนตรีเพื่อพิจารณาอนุมัติ แปลงสำรวจบนบกหมายเลข E5 (นอกพื้นที่โคราช) หรือแหล่งก๊าซธรรมชาติน้ำพอง จังหวัดขอนแก่น มีพื้นที่ผลิตปิโตรเลียม จำนวน 34.40 ตารางกิโลเมตร ซึ่งครอบคลุมพื้นที่อำเภอน้ำพอง และอำเภออุบลรัตน์ จังหวัดขอนแก่น
 
สำหรับการต่อระยะเวลาผลิตปิโตรเลียมในครั้งนี้ จะเป็นการสร้างความมั่นคงด้านพลังงานของประเทศ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เนื่องจากก๊าซธรรมชาติที่ผลิตจากแหล่งดังกล่าวประมาณวันละ 7-8 ล้านลูกบาศก์ฟุต จะถูกส่งไปเป็นเชื้อเพลิงเพื่อผลิตกระแสไฟฟ้าให้ประชาชนกว่าล้านครัวเรือนในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ นอกจากนี้ยังเป็นการส่งเสริมการสร้างงานในประเทศ ทั้งในส่วนที่เกี่ยวข้องโดยตรงและอุตสาหกรรมอื่นที่เกี่ยวข้อง รวมถึงสร้างรายได้ให้แก่รัฐ รวมทั้งสิ้นประมาณ 25 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือคิดเป็นประมาณ 750 ล้านบาท
 
- Advertisement -
- Advertisement -

RELATED

- Advertisement -
- Advertisement -
- Advertisement -
- Advertisement -
- Advertisement -
- Advertisement -
- Advertisement -

Lasted

  • กฟผ. ชู Climate Action ตอกย้ำความสามารถด้านสิ่งแวดล้อม จุดประกายความร่วมมือขับเคลื่อนไทยสู่ Net Zero Emissions
    05 มิ.ย. 2569 16.58 น.
  • กกพ. จับมือ สวทช. เปิดตัว ERCvoice ยกระดับการคุ้มครองผู้ใช้พลังงาน
    05 มิ.ย. 2569 16.44 น.
  • “เอกนัฏ” เอาจริง ตั้งอนุฯ กบง. ปลัดประธาน ดึง 3 นักวิชาการร่วม ปรับโครงสร้างราคาน้ำมัน ต่อยอดข้อเสนอภาคประชาชน
    05 มิ.ย. 2569 16.31 น.
  • 10 ปี Thai Water Expo ตอกย้ำบทบาทศูนย์กลางอุตสาหกรรมน้ำของภูมิภาค เชื่อมผู้นำภาครัฐ เอกชน และองค์กรน้ำระดับโลก
    05 มิ.ย. 2569 16.16 น.
  • BCPG Green Week จุดประกายพลังเล็กๆ สู่การเปลี่ยนแปลงที่ยิ่งใหญ่
    05 มิ.ย. 2569 16.04 น.

Most Viewed

  • EGCO Group Fully Moves Forward, Allocating over 150-billion-baht budget within 5 years
    04 มี.ค. 2564 18.32 น.
  • "อรรถพล ฤกษ์พิบูลย์" คว้าสุดยอดผู้นำองค์กรแห่งปี
    20 มิ.ย. 2566 21.47 น.
  • 54 ปี กฟผ. เดินหน้าผลิตไฟฟ้าสีเขียว รุกขยายโซลาร์เซลล์ลอยน้ำไฮบริดในเขื่อน
    01 พ.ค. 2566 09.50 น.
  • ‘ผลิต-ไฟฟ้าลาว’ มั่นใจผลงานปีนี้เติบโตเด่น รับดีมานด์ความต้องการใช้พลังงานไฟฟ้าในภูมิภาคเพิ่ม
    03 พ.ค. 2566 13.56 น.
  • แม่ฮ่องสอน..สู่เมืองท่องเที่ยวสีเขียว ชู "โซลาร์ฟาร์มสมาร์ทกริด" พร้อมจ่ายไฟเชิงพาณิชย์แล้ววันนี้
    25 พ.ค. 2566 17.14 น.